ภาพรวมหลักสูตร

ระดับชั้นเนิสเซอรี่และอนุบาล
(สองขวบถึงหกขวบ)

การศึกษาวอลดอร์ฟมองว่า ช่วงเจ็ดปีแรกของชีวิตมีความสำคัญมาก ดังนั้น การให้การศึกษาในช่วงนี้ จึงมีความสำคัญเปรียบได้กับการปูพื้นฐานโครงสร้างของบ้าน ในช่วงปฐมวัย สภาพแวดล้อมและสิ่งที่อยู่รอบตัวเด็ก รวมถึงผู้คนรอบข้างมีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กเป็นอย่างมาก เด็กวัยนี้ยังต้องการความรัก การโอบอุ้มจากพ่อแม่และอยู่ในสถานที่ที่รู้สึกถึงความอบอุ่น ปลอดภัยและไว้วางใจเป็นอย่างยิ่ง ในชั้นเรียนวอลดอร์ฟจึงสร้างบรรยากาศเสมือนเด็กได้เรียน และเล่นอยู่ในบ้านอันอบอุ่น

เด็กวัยนี้ยังเรียนรู้โลกผ่านการเลียนแบบ การจัดสิ่งแวดล้อมภายในอนุบาลเพื่อให้เด็กได้มีโอกาสได้เห็นผู้ใหญ่ลงมือทำงานต่างๆอย่างตั้งอกตั้งใจเป็นเรื่องดี ในแต่ละวันครูจึงทำงานให้เด็กได้เห็น และแต่ละงานล้วนแต่เป็นงานที่เด็กสามารถเลียนแบบหรือมีส่วนร่วมได้ เช่นทำอาหาร ซ่อมแซมของเล่น กวาดถูบ้าน ล้างจาน ฯลฯ

หลักสูตรอนุบาลของดุลยพัฒน์นั้น เป็น การเรียนรู้ผ่านการเล่นเป็นหลัก(Play-Based Curriculum) เพราะเราเชื่อว่าเด็กที่มีสุขภาวะที่ดีย่อมต้องการเล่น และการเล่นเป็นหนทางในการเรียนรู้โลกและชีวิตของเด็ก ดังนั้นทุกวันจะมีช่วงเวลาที่เด็กที่เด็กสามารถเล่นได้อย่างอิสระผ่านความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของตนเอง

เด็กๆที่ดุลยพัฒน์ได้เล่นกลางแจ้งในสวนท่ามกลางธรรมชาติทุกวัน การเล่นกลางแจ้ง
เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้อย่างรอบด้านที่สำคัญยังช่วยให้เด็กได้รู้จักตัวเองและเรียนรู้โลกธรรมชาติรอบตัวและรู้จักต้นไม้ดอกไม้ผลไม้และพบกับสัตว์ต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในสวนไม่ว่าจะเป็นนกผีเสื้อแมลงหนอนอึ่งอ่าง เหนือสิ่งอื่นใด เด็ก ๆ จะได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลจากการสังเกตธรรมชาติรอบตัวที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาได้เรียนรู้และเข้าใจการพึ่งพาอาศัยกันระหว่าง สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในธรรมชาติ

เด็ก ๆ ได้รับการบ่มเพาะสุนทรียศาสตร์ด้วยการมีประสบการณ์ต่อสีผ่านการระบายสีน้ำบนกระดาษเปียก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรงเรียนวอลดอร์ฟ และจากการวาดรูปด้วยสีเทียน รวมทั้งสิ่งแวดล้อมในห้องอนุบาลที่เน้นความสงบ สะอาด เรียบร้อยและสวยงามโอบอุ้ม นอกจากนี้ทุกๆวันเด็กๆจะได้ฟังนิทานที่เหมาะสมกับวัย ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลาย

ระดับชั้นประถมและมัธยมศึกษา

ศูนย์การเรียนดุลยพัฒน์มุ่งหมายที่จะปลุกศักยภาพซึ่งแฝงเร้นอยู่ในตัวเด็กแต่ละคนให้ฉายโชนออกมา ไม่ใช่มุ่งจะนำ“ความรู้สำเร็จรูป”จากภายนอกใส่เข้าไปในเด็กเพื่อการผลิตซ้ำแบบอุตสาหกรรม เช่นที่เราประสบอยู่ในระบบการศึกษาปัจจุบัน วิถีทางที่นำไปสู่จุดมุ่งหมายดังกล่าวคือการสอนวิชาการอย่างมีศิลปะ มีชีวิตชีวาและสร้างสรรค์ ซึ่งการจัดหลักสูตรจึงต้องสอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย

แนวทางการศึกษาวอลดอร์ฟเน้นที่พัฒนาการของเด็กเป็นสำคัญ ไม่ใช่ผลักดันให้เร่งเรียนยิ่งเร็วยิ่งดี ทัศนคติของดุลยพัฒน์คือควรให้ความเคารพต่อพัฒนาการทั้งภายในจิตใจและสภาพร่างกายของเด็กแต่ละคน และครูจะเลือกกิจกรรมและวัสดุอุปกรณ์สำหรับการเรียนการสอนที่เหมาะสมที่เด็กแต่ละคนจะสามารถมีส่วนร่วมได้ตามระดับพัฒนาการของตนเอง

ทั้งนี้ในการจัดบทเรียนที่เหมาะสมสำหรับเด็กแต่ละคน ครูผู้สอนจำเป็นจะต้องรู้จักเด็กทุกคนในห้องเรียนเป็นอย่างดี

ดังนั้นการศึกษาวอลดอร์ฟจึงมีลักษณะพิเศษประการหนึ่ง คือ ครูสามารถบูรณาการเนื้อหาบทเรียนแต่ละวิชาให้สอดคล้องกันไปในระยะยาวโดยเรียงเนื้อหาเรื่องเดิมเชื่อมโยงให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปในแต่ละปี